|

สถานที่ตั้ง โรงเรียนรักษ์วิทยา ตั้งอยู่ที่ 138 หน้าค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ 30 ไร่ ด้านทิศตะวันออกติดกับวัดวังก์พง ด้านทิศตะวันตกดิดกับถนนเพชรเกษมและค่ายธนะรัชต์ มีอาคารเรียนและอาคารประกอบจำนวน 6 หลัง มีสระว่ายน้ำขนาดกึ่งมาตรฐานจำนวน 2 สระ

ความเป็นมา โรงเรียนรักษ์วิทยาได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2494 ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดิมชื่อ โรงเรียนอนุบาลสมถวิล มีนางสมถวิล สังขทรัพย์ เป็นเจ้าของ ต่อมานางสมถวิลได้โอนกิจการโรงเรียนให้แก่ นางสมพร รักษพลเดช เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2502 ได้ขยายชั้นเรียน จนถึงชั้น ประถม ศึกษาปีที่ 4 และเปลี่ยนชื่อเป็น โรงเรียนรักษ์วิทยา โรงเรียนได้เจริญขึ้นเป็นลำดับ และได้ขยายชั้นเรียนเพิ่มขึ้น ต่อมานางสมพร รักษพลเดช ย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด จึงได้โอนกิจการโรงเรียนให้แก่นายอาคม สุวรรณศรี วุฒิ นบ. กศ.ม จึงได้รับอนุญาตให้เป็นผู้รับใบอนุญาต ผู้จัดการและครูใหญ่ทั้ง 3 ตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2515 จนถึงปัจจุบัน และได้ขยายชั้นเรียนจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในปีการศึกษา 2546 เป็นรุ่นแรก

การย้ายสถานที่ตั้งของโรงเรียน ในปี พ.ศ. 2515 โรงเรียนได้ขออนุญาตย้ายข้ามเขตอำเภอ มาตั้ง ณ ที่หน้าค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อรองรับนักเรียนซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเขตอำเภอปราณบุรีถึง 60% โรงเรียนรักษ์วิทยาได้เปิดทำการสอน 4 ระดับ คือ ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย กิจการได้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ ทำให้ชุมชนในอำเภอปราณบุรี มีความมีความตื่นตัวทางการศึกษามากยิ่งขึ้นและผู้ปกครองในท้องถิ่นได้ส่งบุตรหลานมาเข้าเรียนในโรงเรียนรักษ์วิทยามีจำนวนสถิติที่เพิ่มขึ้นทุกปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2515 ซึ่งมีนักเรียนจำนวนเพียง 410 คน มีครู 27 คน โรงเรียนรักษ์วิทยา มีผลสัมฤทธิ์ในด้านวิชาการ ค่อนข้างสูง ดังนั้นในปี พ.ศ. 2524 โรงเรียนจึงได้รับแจ้งผลการจัดลำดับมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนจาก กรมวิชาการ ให้ระดับประถมศึกษา และระดับมัธยมศึกษา มีผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการเป็นอันดับที่ 1 ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้รับมอบเกียรติบัตร ให้เป็นโรงเรียนผู้นำการใช้หลักสูตรรุ่นที่ 1 ในปัจจุบันโรงเรียนรักษ์วิทยาดำรงอยู่ได้ด้วยค่าเล่าเรียนและเงินอุดหนุนจากกระทรวงศึกษาธิการเนื่องจากเงินที่เก็บเป็นค่าเล่าเรียนเก็บได้ไม่สูงมากนักรายได้เพียงพอเป็นค่า ใช้จ่ายเงินเดือนของครู และคนงานเท่านั้น ดังนั้นงานพัฒนาในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านอาคารสถานที่ และสื่อวัสดุอุปกรณ์ที่ทันสมัย เช่น สระว่ายน้ำเครื่องคอมพิวเตอร์ ห้องปฏิบัติการทางภาษา บางส่วนจึงต้องกู้จากธนาคาร และจากกองทุนสงเคราะห์ของสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาเอกชน แต่ก็ไม่ได้ย่อท้อ โดยมุ่งที่จะ ช่วยพัฒนาให้เยาวชนในท้องถิ่นได้มีความเจริญก้าวหน้าในด้านการศึกษาที่ทันสมัย ทันเหตุการณ์ ด้วยการปรับปรุงพัฒนา ระบบการเรียนการสอน ของครูด้วยสื่อวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้มากที่สุด เพื่อให้นักเรียนในท้องถิ่นและอำเภอใกล้เคียงได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพทางการศึกษาอย่างสูงสุด

|